ทำความรู้จักเส้นทางศึกษาาธรรมชาติแบบพักแรม
เส้นทางศึกษาธรรมชาติทางเดินระยะไกลแบบพักแรม เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีระยะไกล ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางตรวจการณ์เดิมของเจ้าหน้าที่หรือเส้นทางที่จะไปสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแต่อยู่ในพื้นที่ป่าด้านในหรือเขตสงวนธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติ เช่น น้ำตก ยอดเขา หรือจุดชมวิวทิวทัศน์ ที่อยู่ไกลและจำเป็นที่จะต้องพักแรมในป่า ไม่มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ในเส้นทาง เพียงแต่กำหนดจุดพักแรมและสถานที่กางเต็นท์ไว้ตามจุดที่เหมาะสม ไม่อนุญาตให้กางเต็นท์ในที่ที่ไม่ได้จัดไว้ให้ เพื่อป้องกันผลกระทบกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขยะ ของเสียต่างๆ รวมถึงอันตรายที่อาจจะเกินขึ้นในระหว่างการพักแรม แนวเส้นทางเป็นแนวทางเดินตรวจการณ์ที่มีการดูแลให้ทางเดินชัดเจนในแต่ละปี มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าใช้เส้นทางโดยให้สำรองการใช้เส้นทางล่วงหน้า มีการควบคุมโดยการลงทะเบียนการใช้เส้นทางมีการเปิดการใช้เส้นทางเฉพาะในช่วงฤดูแล้งเพื่อให้ทรัพยากรในพื้นที่ได้ฟื้นตัว และมีเจ้าหน้าที่นำทาง เหตุผลในการจัดการในรูปแบบนี้ก็เนื่องจากส่วนใหญ่เส้นทางเดินไกลในอุทยานแห่งชาติของไทยจะอยู่ในพื้นที่สงวนธรรมชาติ ซึ่งมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แต่อุทยานแห่งชาติประสงค์ให้นักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติที่ต้องการจะสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดได้ลองสัมผัสเพื่อการเรียนรู้ จึงได้เปิดมีการใช้พื้นที่โดยการวางระบบควบคุมดังกล่าวไว้ เส้นทางในลักษณะนี้ได้แก่ เส้นทางเดินไกลโมโกจู ซึ่งจะมีการเปิดให้ใช้เส้นทางในช่วงแล้งประมาณเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ของทุกปี โดยผู้ใช้เส้นทางจะต้องมีการลงทะเบียนจองการใช้เส้นทางและมีเจ้าหน้าที่นำทาง อุทยานแห่งชาติของไทยมีความพยายามในการพัฒนาระบบการสื่อความหมายและการศึกษาธรรมชาติให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงกับประเทศตะวันตก โดยเริ่มจากการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว การเข้าไปใช้พื้นที่ในอุทยานแห่งชาติก็จะเน้นเรื่องของการพักผ่อนหย่อนใจ รวมไปถึงความต้องการที่จะเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติ…
